Laptop

Laptop
Laptop หรือที่คนไทยเรียกว่า โน๊ตบุ๊ค นั่นเอง ในสมัยก่อน โน๊ตบุ๊คนั้นมีราคาค่อนข้างแพงมาก เพราะมีขนาดเล็กกว่าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะทั่วไปมาก หน้าจอสามารถพับได้ จึงทำให้สามารถนำไปที่ใดก็ได้จึงทำให้เป็นที่นิยมในหมู่นักธุรกิจไม่น้อย แต่ในปัจจุบันโน๊ตบุ๊คเป็นที่นิยมในหมู่คนทั่วไปด้วยเพราะเนื่องจากมีการแข่งขันเชิงธุรกิจมากมายทำให้ราคาถูกลงมามากจึงทำให้คนทั่วไปสามารถหาซื้อได้ไม่ยาก และยังมีสมรรถนะที่ค่อนข้างดีระดับหนึ่งประกอบกับขนาดที่บางลงทำให้มีความสะดวกสบายขึ้นไปอีก
ขนาดของโน๊ตบุ๊คในปัจจบันนั้นมีขนาดค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับสมัยก่อนที่มีความหนาประมาณหนังสือการ์ตูนทั่วไป 1-2 เล่ม แต่สมัยนี้มีความหนาเพียงแค่ หนึ่งเล่มถึงหนึ่งเล่มครึ่งเท่านั้น และนำหนักยังเบาลงด้วย ด้วยควมที่ใช้วัสดุที่ม้ำหนักเบาขึ้น และขนาดของอุปกรณ์ภายในต่างๆที่มีขนาดเล็กลงตามยุคสมัย และยังมีแบตเตอร์รี่ที่มีขนาดเล็กลงแต่ให้ความจุดไฟฟ้าที่มากขึ้นทำให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้นอีกด้วย และเหตุผลสุดท้ายที่ทำให้คนนิยมมากขึ้นคือราคานั่นเอง ด้วยราคาที่ลดลงกว่าครึ่งจึงทำให้ผู้คนสามารถหามาได้ไม่ยาก และยังหาได้สะดวกกว่าคอมพิวเตอร์เนื่องจากไม่ต้องเลือกอุปกรณ์ภายในเอง เพราะโรงงานผลิตจัดมาให้แล้ว และไม่ต้องไปหาอุปกรณ์อ่านๆภายนอก เช่น จอรับภาพ หรือ คีย์บอร์ดมาเพิ่ม เป็นต้น
ความสะดวกอีกอย่างหนึ่งของโน๊ตบุ๊คก็คือ ในบางรุ่นของโน๊ตบุ๊คแต่ละยี่ห้อนั้น จะมีรุ่นที่แถมซอฟท์แวร์มาด้วย จึงทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่มในราคาที่ค่อนข้างสูงอีกด้วย

Mornitor

Mornitor
Mornitor ก็คือจอรับสัญญาณจากคอมพิวเตอร์และแปลงเป็นภาพต่างๆนั่นเองจะคล้ายๆกับโทรทัศน์ เพียงแต่ใช้กับคอมพิวเตอร์เท่านั้นเอง และด้วยขนาดที่เล็กกว่าโทรทัศน์จึงทำให้กินไฟน้อยกว่าด้วย หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมจอของคอมพิวเตอร์ถึงมาราคาที่ต่ำกว่าโทรทัศน์ค่อนข้างมาก อาจมีหลายเหตุผลแต่หลักๆก็คือ ระบบน้อยกว่าโทรทัศน์มากเพราะ โทรทัศน์จะมีทั้งตัวรับสัญญาณแบบต่างๆ เช่น ตัวรับสัญญาณโทรทัศน์ที่สถานีโทรทัศน์ต่างๆแพร่ออกมาทางอากาศ ตัวรับสัญญาณAVจะมีทั้งหมด3สายสัญญาณให้เสียบคือสี ขาวสำหรับเสียง แดงสำหรับเสียง และเหลืองสำหรับภาพ นอกจากนี้ในโทรทัศน์รุ่นที่สูงขึ้นมาหน่อยจะมีตัวรับสัญญาณHDMI ซึ่งเป็นสัญญาณภาพและเสียงคุณภาพสูงและตัวรับสัญญาณเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงแค่แบบละ 1 ช่องเสียบเท่านั้น แต่โดยส่วนมากจะมีแบบละ 2 ช่องเสียบขึ้นไป จะเห็นว่าโทรทัศน์ค่อนข้างทำอะไรได้มากกว่าจอคอมพิวเตอร์มากซึ่งจอคอมพิวเตอร์จะมีเพียงแค่ตัวรับสัญญาณอย่างมากก็ 3 ตัวสำหรับสาย 3แบบ และในโทรทัศน์จะมีช่องสำหรับสายสัญญาณหลายช่องแต่จอคอมพิวเตอร์จะมีเพียงช่องเดียว ซึ่งนั่นทำให้ระบบของโทรทัศน์มีความซับซ้อนกว่าระบบของจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งนี่คือเหตุผลหลักๆว่าเพราะเหตุใดราคาของโทรทัศน์จึงสูงกว่าราคาของจอคอมพิวเตอร์
สำหรับจอคอมพิวเตอร์ในสมัยก่อนจะมีลักษณะเป็นแบบ 4:3 แต่ในปุจจุบันได้ถูกออกแบบให้สัดส่วนมีลักษณะเป็น 16:9 เพราะจอมีความกว้างกว่า ส่วนขนาดนั้นก็จะมีตั้งแต่ 19นิ้ว 20 นิ้ว 21.5นิ้ว เป็นต้น ส่วนความคมชัดนั้นสามารถเลือกสรรได้จามต้องกรโดยมีตั้งแต่ LCD LED และ ธรรมดากับ Full HD ซึ่งมีมากมายหลายยี่ห้อ

Headset

Headset
หากพูดถึง Headset แล้วหลายๆคนอาจสงสัยว่ามันคืออะไร มันก็คือหูฟังของคอมพิวเตอร์แบบมีไมค์ในตัวนั่นเอง แน่นอนว่าหลายๆคนอาจเรียกแค่หูฟังอย่างเดียว แต่หากเรียกแค่หูฟังอาจทำให้เกิดการเข้าใจผิดว่าเป็นหูฟังอย่างเดียวไม่มีไมค์ก็ได้ ดังนั้นควรเรียกว่า Headset มากกว่า
สำหรับระดับของ Headset นั้นมีตั้งแต่ระดับล่างๆ ไปจนถึงระดับสูง และแน่นอนว่าราคาก็มีตั้งแต่ราคาถูกมากๆ ไปจนถึงราคาแพงมากๆ สำหรับของที่ราคาต่ำนั้นคุณภาเสียงจะอยู่แค่ระดับที่พอฟังได้หรือว่าแค่ระดับพอมีเสียงเท่านั้น ความทนทานยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพราะด้วยราคาที่ถูกจึงทำให้วัสดุคุณภาพต่ำและนอกจากวัสดุคุณภาพต่ำแล้วลำโพงที่อยู๋ข้างในก็ย่อมมีคุณภาพถูกลงไปด้วย และในรุ่นที่มีราคาระดับกลางๆ ก็จะมีการออกแบบที่สวยกว่าค่อนข้างมากเลยทีเดียวและยังใช้วัสดุที่ดีขึ้นอีกด้วย คุณภาพเสียงก็ดีกว่ารุ่นที่มีราคาต่ำมาก แต่ใน Headset จำพวกนี้จะเป็นระบบเสียง Stereo 2.0 Chanel เท่านั้น หรืออย่างมากก็ 2.1 เพราะเนื่องจากราคาอยู่ในระดับนี้ ทำให้ไม่มีลูกเล่นอะไรมากมายนัก แต่ใน Headset ระดับสูงขึ้นมาจะเริ่มมีอะไรใหม่ๆแล้ว เช่นการออกแบบที่สวยงาม และยังมีซอฟท์แวร์ที่นำมาใช้สำหรับ Headset ตัวนั้นๆอีกด้วย เรื่องเสียงก็จะมีทั้งแบบ 5.1 และ 7.1 เลยทีเดียว ความทนทานก็จะมีมากขึ้นด้วย แต่ด้วยความที่มีระบบเสียงมากขึ้น ทำให้มีลำโพงมากขึ้นจึงทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก แต่หากใครที่ชอบเสียงแบบนี้ก็นับว่าคุ้มค่าเลยดีเดียว

Tablet

Tablet
Tablet เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมากในปัจจุบัน เพราะ
ขนาดที่เล็กกว่าคอมพิวเตอร์แล็บท็อปทั่วๆไปค่อนข้างมาก และความหนาของมันก็มีไม่มากด้วยเหตุนี้จึงพกพาได้ง่ายและสะดวกต่อการใช้งานเพียงแค่พกไว้ในกระเป๋าขนาดกลางทั่วๆไป และด้วยความที่ขนาดของมันเล็กลงและไม่มีอุปกรณ์ต่อพ่วงกับตัวเครื่องเยอะจึงทำให้มีพลังงานเพียงพอต่อการ stand by เพื่อรอการใช้งานในแต่ระครั้งได้สบายๆในเวลาต่อหนึ่งวันโดยที่ไม่ต้องปิดเครื่องแบบคอมพิวเตอร์แล็บท็อปทั่วๆไป ด้วยเหตุนี้เพียงแค่ต้องการใช้งานก็เพียงแค่กดปุ่มเพื่อเปิดหน้าจอเท่านั้น และเมื่อใช้เสร็จแล้วก็แค่กดปุ่มปิดหน้าจอหรืออาจปล่อยทิ้งไว้ให้จอดับเองก็ได้ เนื่องจากมีระบบจับเวลาเพื่อประหยัดพลังงาน ทั้งนี้จำนวนเวลาที่จอจะดับผู้ใช้สามารถตั้งค่าเองได้ตามที่ระบบของเครื่องนั้นๆ กำหนดมาให้
Tablet นี้จะมีลักษณะเหมือนกับสมาร์ทโฟนจอใหญ่ เพียงแต่ใส่ซิมไม่ได้ (ในบางรุ่นอาจใส่ซิมได้) แต่สามารถต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi ที่ในปัจจุบันมีจุดให้เชื่อมต่อแทบทุกที่ในเมือง หรือหากไม่สะดวกเชื่อมต่อผ่านระบบสาธารณะ ผู้ใช้อาจหาสมาร์ทโฟนราคาไม่แพงที่สามารถปล่อยสัญญาณ Wi-Fi Hotspot ได้ ซึ่งจะทำให้มีความสะดวกสบายขึ้นมากเพราะไม่ว่าจะไปที่ไหนก็สามารถต่ออินเตอร์เน็ตได้ไม่ต้องกลัวจุดอับสัญญาณและไม่ต้องกลัวว่าผู้ใช้บริการ Wi-Fi จะไม่มีจุดให้บริการในพื้นที่ใดๆ
สำหรับระบบทั้ง hardware และ software นั้นจะมีความคล้ายคลึงหรืออาจถึงขั้นเหมือนกับสมาร์ทโฟนเลยก็ได้ Tablet จึงเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ไม่ยาก

Mouse

Mouse
Mouse เป็นอุปกรณ์ที่อยู่ภายนอกของคอมพิวเตอร์และคอมพิวเตอร์แล็บท็อป เพราะเนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่เปรียบเสมือนมือของเรานั่นเองเพราะในการใช้คอมพิวเตอร์เวลาเราต้องการที่จะเข้าโปรแกรมไหน หรือตั้งใจจะทำอะไรก็ต้องใช้เมาส์เป็นหลัก โดยทั่วไปเมาส์นั้นจะมี 3 ปุ่มคือ ซ้าย ขวา และ กลาง ซึ่ง 3 ปุ่มนี้เป็นสิ่งที่เมาส์ทุกรุ่นทุกยี่ห้อต้องมี โดยทั่วไปแล้ว คลิกซ้ายจะใช้สำหรับ หยิบจับอะไรบางอย่างในหน้าจอ และคลิกขวาจะเป็นปุ่มที่ใช้สำหรับเปิดตัวเลือกต่างๆของโปรแกรมหรือวัตถุอะไรก็ตามที่อยู่บนหน้าจอ
ย้อนกลับไปในอดีตในยุคเริ่มแรกของคอมพิวเตอร์นั้นยังไม่มีเมาส์ให้ใช้ เนื่องจากคอมพิวเตร์ในสมัยแรกนั้นยังไม่สามารถแสดงผลกราฟฟิคได้ เมาส์จึงไม่มีความจำเป็นเลย เพราะจะทำอะไรก็ต้องใช้คีย์บอร์ดป้อนคำสั่งเข้าไปเท่านั้น ต่อมาได้มีการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ให้มีขนาดเล็กลงมาก และยังสามารถแสดงผลแบบกราฟฟิคได้ด้วยจึงได้มีเมาส์ขึ้นมา และในช่วงต่อมา เมาส์ได้ใช้ลูกกลิ้งในการกำหนดทิศทางต่างๆ และในเวลาต่อมาเมาส์ได้ใช้ระบบ optical ซึ่งเป็นระบบที่ใช้แสงสีแดงและการสะท้อนกลับของแสง แล้วในปัจจุบันเมาส์ได้พัฒนาไปเป็นเลเซอร์ ซึ่งสามารถเล่นได้ในหลายๆพื้นผิว และไม่ได้ใช้แสงสีแดงอีกต่อไป
สำหรับเมาส์จะมีมากมายหลายยี่ห้อในปัจจุบัน แต่ละยี่ห้ออาจใช้เซนเซอร์ไม่เหมือนกัน ละยังใช้ปุ่มกดที่แตกต่างกันด้วยซึ่งบางยี่ห้ออาจใช้ปุ่มนิ่มให้ผู้ใช้มีสำผัสนุ่มนวล แต่บางยี่ห้ออาจใช้ปุ่มแข็งสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความรู้สึกหนักแน่น ส่วนราคานั้นก็แล้วแต่ยี่ห้อและคุณภาพที่ผุ้ใช้งานเลือก

Keyboard

Keyboard
Keyboard เป็นอุปกรณ์ภายนอกที่ขาดไม่ได้ของคอมพิวเตอร์เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นในยุคแรกของคอมพิวเตอร์ หรือยุคปัจจุบันก็ตาม คีย์บอร์ดนั้นเป็นอุปกรณ์ที่เอาไว้ใช้ป้อนข้อมูลหรือคำสั่งต่างๆเข้าไปในโปรแกรมหรือระบบต่างๆที่เราต้องการโดยจะใส่ข้อมูลเป็นตัวอักษรทั้งสิ้น ทั้งนี้ภาษาขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานกำหนดซึ่งสามารถกำหนดได้มากมายหลายภาษา เช่น ภาษาไทย ภาษาญี่ปุ่น และแน่นอนว่า ภาษาอังกฤษ เป็นต้น ทั้งนี้จะสามารถใส่ข้อมูลภาษาอะไรนั้นขึ้นอยู่กับระบบของคอมพิวเตอร์ว่ารองรับภาษานั้นๆหรือไม่ เพราะคีย์บอร์ดไม่ได้มีความจำในการส่งข้อมูล เพียงแต่คีย์บอร์ดจะส่งสัญญาณไฟฟ้าไปชุดหนึ่ง แล้วระบบของคอมพิวเตอร์จะทำการแปลงสัญญาณชุดนั้นๆให้แสดงผลเป็นตัวอักษรดังที่เราเห็นกันด้วยหุตผลนี้ทำให้คีย์บอร์ดสามารถป้อนข้อมูลเป็นภาษาอะไรก็ได้ขอเพียงแค่ระบบคอมพิวเตอร์รองรับ
ย้อนไปในยุคแรกของคอมพิวเตอร์ในสมัยที่ยังไม่มีการแสดงผลแบบกราฟฟิคนั้น คีย์บอร์ดจัดเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากเพราะเป็นอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียวที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถทำอะไรก็ตามกับคอมพิวเตอร์ได้ และต่อมาถึงแม้จะมีการแสดงผลแบบกราฟฟิคแล้ว คีย์บอร์ดก็ยังจำเป็นอยู่ดีเพราะต้องใช้ป้อนข้อมูลเข้าคอมพิวเตอร์นั่นเอง
สำหรับคีย์บอร์ดรุ่นต่างๆนั้นจะมีมากมายหลายแบบตามแต่ละยี่ห้อนั้นๆ โดยจะต่างกันที่การออกแบบภายนอก และชิ้นส่วนวัสดุภายใน ซึ่งในปัจจุบันคีย์บอร์ดธรรมดาจะมีปุ่มตัวอักษรและตัวเลขเท่านั้น แต่ในคีย์บอร์ดที่ใช้เล่นเกมโดยเฉพาะแล้ว นอกจากจะมีปุ่มตัวอักษรและตัวเลขแล้วยังมีปุ่มพิเศษอีกมากมายซึ่งขึ้นอยู่กับราคาที่ผู้ใช้ต้องการ นอกจากจำนวนปุ่มแล้วสิ่งที่ต่างกันอีกอย่างคืออุปกรณ์ภายใน ซึ่งจะให้สัมผัสการกดปุ่มที่แตกต่างกันออกไป

Surface

Surface
Surface เป็นอุปกรณ์ IT ชิ้นใหม่ที่มาจากค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft นั่นเอง หรือก็คือ Tablet ที่ไม่ได้ใช้ระบบปฏิบัติการ Android นั่นเอง แน่นอนว่าเมื่อเป็นของค่าย Microsoft ก็ต้องใช้ระบบปฏิบัติการ Windows นั่นเอง โดยในอุปกรณ์ที่เรียกว่า Surface นั้น ใช้ระบบปฏิบัติการเป็น Windows RT สำหรับ Surface ธรรมดา และ Windows 8.1 สำหรับ Surface Pro โดยอุปกรณ์ชิ้นนี้จะมีจอขนาดกว่า 10.6 นิ้วเลยทีเดียวซึ่งมีขนาดใหญ่ค่อนข้างมาก ทำให้ผู้ใช้งานมีความสะดวกสบายไม่ต้องเพ่งสายตาอะไรมาก และด้วยความที่ระบบปฏิบัติการ Windows นั้นจะเป็นระบบที่ใช้ทรัพยากรของตัวเครื่องน้อยมากจึงทำให้มีความลื่นไหลไม่ติดขัดแบบระบบอื่นๆ และด้วยวัสดุคุณภาพดีที่นำมาทำเป็นตัวเครื่องจึงทำให้มีความทนทานมากในระดับหนึ่ง และยังมีขาตั้งอะลูมิเนียมสำหรับ ไว้ตั้ง Surface ในแนวนอนเพื่อไว้ใช้วางบนโต๊ะหรืออื่นๆ และยังเอาไว้วางเพื่อใช้กับอุปกรณ์เสริมด้วย
สำหรับอุปกรณ์เสริมของ Surface ก็จะมีตั้งแต่ หูฟังขนาด 3.5mm ซึ่งเป็นขนาดที่สากลแล้วนิยมใช้กันทั่วไปหากไม่ชอบสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไปได้ไม่ยาก และยังมีอุปกรณ์เสริมชิ้นสำคัญมากซึ่งก็คือ คีย์บอร์ดนั่นเอง โดย Surface จะมีคีย์บอร์ดประมาณ 2 แบบ คือแบบสัมผัสกับแบบปุ่มกด ทั้งนี้ใช้รุ่นใดก็แล้วแต่การรองรับของ Surface แต่ละรุ่น ซึ่งคีย์บอร์ดเหล่านี้สร้างความสะดวกให้กับการใช้ Surface นี้ไม่น้อยเลย เพราะเนื่องจากหากมีคีย์บร์อดต่อแยกแล้วล่ะก็ Surface นี้ก็แทบจะไม่มีความแตกต่างกับ Laptop เลยทีเดียว ซึ่งทางนี้จะได้เปรียบในเรื่องของขนาดที่เล็กพกพาสะดวก และน้ำหนักที่เบากว่าค่อนข้างมากทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถพกพาได้ไม่ยาก

Nexus

Nexus
Nexus เป็นรุ่นหนึ่งในบรรดาสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยซึ่งเป็นซอฟท์แวร์ที่ถูกพัฒนาโดยกูเกิ้ลนั่นเอง แน่นอนว่าสมาร์ทโฟนแอนดรอยมีมากมายหลายรุ่น แล้วทำไม Nexus ถึงแตกต่างจากสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ? คำตอบคือ สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆไม่ว่าจะยี่ห้อ Sony Samsung Nokia I-Mobile เป็นต้น ถึงแม้จะใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยเหมือนกันแต่ก็ยังมีความแตกต่างกันไม่น้อย เนื่องจากสมาร์ทโฟนยี่ห้อเหล่านี้จะนำระบบปฏิบัติการที่กูเกิ้ลได้ปล่อยออกมาไปปรับแต่งเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ หรือปรับใช้ให้เข้ากับอุปกรณ์รุ่นนั้นๆ ดังนนั้นสมาร์ทโฟนหลายรุ่นจึงมีความแตกต่างมากพอควร แต่สำหรับ Nexus นั้น จะเป็นสมาร์ทโฟนที่ไม่มีการปรับแต่งซอฟท์แวร์เลย เพราะเป็นสมาร์ทโฟนที่กูเกิ้ลเป็นผู้สั่งผลิตเอง จึงมีสเถียรภาพสูงที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟนทุกรุ่น เหตุผลที่กูเกิ้ลสั่งผลิต Nexus นั้น เนื่องจากสมาร์ทโฟนในยุคแรกนั้นค่อนข้างไม่คงที่เนื่องจากแต่ละยี่ห้อก็ผลิตไปตามแนวทางของตนเอง ดังนั้นกูเกิ้ลจึงต้องสั่งผลิต Nexus ออกมาทุกปีเพื่อสร้างมาตรฐานให้สมาร์ทโฟนแอนดรอยในปีนั้นๆ
Nexus เป็นสมาร์ทโฟนที่มีความสเถียรสูงมากจึงเหมาะสำหรับนักพัฒนาที่มองหาอุปกรณ์ที่เอาไว้เขียนโปรแกรมลงระบบปฏิบัติการแอนดรอย ซึ่งสามารถใช้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ทดสอบได้เลย เพราะใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยดั้งเดิมไม่มีการปรับแต่งใดๆ จึงแทบไม่มีโอกาสเกิดข้อผิดพลาด สำหรับยี่ห้อไหนที่เป็นผู้ผลิตนั้น ทางกูเกิ้ลจะเป็นผู้เลือกเอง เช่น บางปีจะเห็น LG Nexus ก็แสดงว่า กูเกิ้ลจ้างให้ LG เป็นผู้ผลิตนั่นเอง แน่นอนว่าใช้มาตรฐานของกูเกิ้ล

Smart TV

Smart TV
Smart TV มาจากคำว่า Smart Television นั่นเอง เช่นเดียวกับ Smart Phone ก็คือสมาร์ททีวี คือโทรทัศน์ที่สามารถเชื่อมต่อกับอื่นเตอร์เน็ตได้โดยผ่านการเสียบสาย LAN หรืออาจต่อผ่าน Wireless LAN ก็ได้ซึ่งการเชื่อมต่อนั้นแล้วแต่รุ่นของโทรทัศน์ว่าผู้ผลิตจะใส่เทคโนโลยีการเชื่อมต่อแบบไหนมา ซึ่งสมาร์ททีวีนั้นเป็นทีวีที่คล้ายๆสมาร์ทโฟน เนื่องจาก มีแอพพลิเคชั่นต่างๆให้เลือกใช้มากมายในบางรุ่นอาจสามารถนำมาเล่นเกมแบบสมาร์ทโฟนได้เลยทีเดียว ถือเป็นความแปลกใหม่ที่ผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีใหม่ๆน่าหามาลองใช้ เพราะนอกจากสามารถต่ออินเตอร์เน็ตได้แล้ว ขนาดของโทรทัศน์ก็เป็นจุดที่น่าสนใจอีกจุดหนึ่งเพราะจอโทรทัศน์มีขนาดที่ใหญ่กว่าจอโทรศัพท์มากมายนักทำให้มองง่ายสบายตาไม่ต้องเพ่งสายตามากนอกจากนี้สมาร์ททีวียังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เก็บข้อมูลภายนอกได้อีกด้วย เช่น Flash drive External Harddisk ซึ่งอาจบรรจุวีดิโอคลิป หรือ ภาพยนตร์ ต่างๆไว้ภายใน ซึ่งสร้างความสะดวกสบายไม่น้อยเลยทีเดียว
สำหรับข้อด้อยของสมาร์ททีวีก็คือ CPU ที่ประมวลผลจะมีความเร็วสู้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตไม่ได้นั่นเอง อาจสร้างความไม่สะดวกแก่ผู้ใช้งานเล็กน้อย ซึ่งหากลองเปรียบเทียบความเร็วในการประมวลผลของสมาร์ทโฟนกับสมาร์ททีวี ต้องบอกว่าสมาร์ทโฟนเร็วกว่าค่อนข้างเยอะ และเนื่องจากหน้าจอที่มีขนาดเล็กจึงทำให้ไม่เปลืองเนื้อที่ในการประมวลผลนั่นเอง แต่หากต้องการความคมชัดในระดับที่สมาร์ทโฟนไม่สามารถตอบโจทย์ได้ สมาร์ททีวีก็นับเป็นตัวเลือกอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพียงแต่ในปัจจุบันสมาร์ททีวียังไม่ค่อยแพร่หลายดังนั้นสมาร์ททีวีจึงมีราคาค่อนข้างสูงเลยทีเดียว แต่หากท่านใดไม่ต้องการซื้อทีวีสามารถหาซื้อเครื่องเล่น DVD/BD ที่สามารถต่ออินเตอร์เน็ตมาต่อกับทีวีได้เช่นกัน