เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่

ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การก่อสร้างอาคาร หรือแม้กระทั่งการจะเริ่มต้นทำธุรกิจอะไรสักอย่าง ล้วนแต่ต้องเริ่มด้วยการวางรากฐานกันทั้งนั้น เมื่อคุณตัดสินใจที่จะเป็นนายของตัวเอง สิ่งที่คุณจะมองข้ามไปไม่ได้เลยก็คือการวางแผนธุรกิจว่าต้องการให้เป็นไปในแนวทางใด ใครคือผู้มุ่งหวัง และทำอย่างไรคนเหล่านี้จึงจะหันมาให้ความสนใจกับธุรกิจของคุณ สมมติว่าคุณต้องการทำแซนด์วิชขายในตอนเช้า สิ่งที่คุณต้องทำคือถามตัวเองว่า “คุณจะขายใคร” ถ้าเป้าหมายคือบรรดาพนักงานออฟฟิศ ก็ถามตัวเองต่อว่า คนกลุ่มนี้มักจะออกจากบ้านกันประมาณกี่โมงและจุดไหนที่สามารถพบพวกเขาได้มากที่สุด เช่น ป้ายรถเมล์ หน้าปากซอย หรือร้านสะดวกซื้อ จากนั้นจึงค่อยทำการสำรวจตลาดว่าสามารถวางขายแซนด์วิชของคุณตรงไหนได้บ้าง ถ้าไม่มีทำเลดี ๆ เหลืออยู่เลย คุณอาจต้องเดินขาย หรือไม่ก็ฝากขายตามร้านค้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขายของชำ หรือร้านอะไรก็ตามแต่ที่มีทำเลเหมาะกับความต้องการของคุณ อย่าลืมเน้นความสะอาดเอาไว้ก่อน เพราะจะช่วยดึงดูดลูกค้าได้มากกว่า เมื่อหาทำเลได้แล้ว ก็มาถึงฝีมือการทำแซนด์วิชของคุณว่ามีดีระดับไหน อาจหาความรู้หรือไอเดียเพิ่มเติมได้จากหนังสือเกี่ยวกับอาหารหรือไปเรียนมาให้เป็นเรื่องเป็นราวก็แล้วแต่ดุลยพินิจของคุณเอง ที่ลืมไม่ได้ก็คือการคำนวณต้นทุนที่จะต้องใช้ในการเริ่มต้น เช่น ค่าเช่าที่ งบจัดซื้อ งบโฆษณา งบวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นต้น หากจำเป็นต้องจ้างลูกน้อง ก็ต้องเพิ่มงบในส่วนของค่าจ้างเอาไว้ด้วย

Read More

คุณพร้อมจะเป็นนายตัวเองแล้วหรือยัง

เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายท่านในที่นี้กำลังนึกอยากลาออกจากงานเพื่อประกอบธุรกิจส่วนตัว อาจเพราะเบื่อชีวิตของมนุษย์เงินเดือนเต็มที หรือเหม็นขี้หน้าเพื่อนร่วมงานบางคนจนแทบทนอยู่ออฟฟิศเดียวกันไม่ได้ บางคนอาจนึกฝันถึงยามที่ประสบความสำเร็จไปแล้วว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้นขนาดไหน แต่! คุณพร้อมแล้วหรือยังที่จะเป็นนายตัวเอง? เพราะนั่นหมายถึงว่าคุณจะต้องสามารถรับมือกับสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้ 1. เวลาส่วนตัวที่ลดน้อยถอยลง ยามทำงานประจำ บริษัทจะมีกำหนดวันหยุด วันทำงานให้แบบตายตัว แต่เมื่อคุณทำธุรกิจของตัวเองโดยเฉพาะยังอยู่ในระยะเริ่มต้น คุณจะต้องทุ่มเทเวลาและกำลังแรงใจแทบทั้งหมดไปกับมัน เพื่อให้สามารถตั้งตัวได้อย่างมั่นคงที่สุด ยิ่งถ้าคุณงานเกี่ยวกับการค้าขายแล้วละก็ ลืมวันหยุดไปได้เลย เพราะวันที่คุณหยุดคือวันที่คุณไม่มีรายได้เข้ากระเป๋านั่นเอง 2. เงินลงทุนมีหรือยัง แน่นอนว่าเมื่อคิดจะทำธุรกิจอะไรสักอย่าง สิ่งที่คุณต้องมีก็คือเงินทุนในจำนวนที่เพียงพอต่องานใหม่ของคุณ นอกจากนี้ยังต้องสำรองเงินฉุกเฉินเอาไว้ด้วยเผื่อในกรณีที่เกิดภาวะขาดทุนเพราะวางเป้าหมายผิดพลาด 3. เพื่อนร่วมงานหรือหุ้นส่วนที่ไว้ใจได้ หากธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจขนาดย่อมที่ไม่สามารถทำคนเดียวได้หรือต้องใช้เงินมากกว่างบที่มี การมองหาหุ้นส่วนหรือเพื่อนร่วมงานที่พร้อมจะเริ่มต้นไปกับคุณก็เป็นสิ่งที่สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง 4. อย่าสร้างวิมานบนอากาศ ก่อนลงทุนทำธุรกิจอะไรก็ตาม อย่าลืมสำรวจตลาดและความสนใจของกลุ่มเป้าหมายเสียก่อนว่าจะได้รับการสนับสนุนหรือไม่ แนวคิดของคุณมีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จหรือคว้าน้ำเหลว อย่าคิดเข้าข้างตัวเองตะพึดตะพือจนมองข้ามความเป็นจริง 5. ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น ถ้าคิดว่าตัวเองมีคุณสมบัติทุกอย่างพร้อมแล้วก็ลงมือทำได้เลย ท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน!

Read More

สร้างจุดขาย

หากธุรกิจที่คุณกำลังจะทำมันซ้ำกับคนอื่น ส่งที่ต้องจดจำและทำให้ได้ก็คือ สร้างจุดขายที่เป็นของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่นคุณต้องการทำธุรกิจขนส่งเหมือนไปรษณีย์ คุณก็ต้องมองจุดอ่อนของผู้ให้บริการเดิมให้ออกว่ามีอะไรบ้าง เช่น – พนักงานไม่มีความทะนุถนอมพัสดุของลูกค้าเลย ทั้งโยนทั้งเตะเหมือนกับเป็นของไร้ราคา ทำให้สินค้าภายในนั้นเสียหาย – การขนส่งล่าช้า ส่งด่วนแต่ดันได้ของพร้อมกับพัสดุที่ส่งแบบธรรมดา – เกิดความผิดพลาดในการขนส่ง ลูกค้ารอแล้วรอเล่าก็ยังไม่ได้รับของเสียที พอไปเช็คดูปรากฏว่าพนักงานส่งของผิดไปที่อื่นต้องเสียเวลาส่งของย้อนกลับมา – พัสดุสูญหายไปอย่างลึกลับ หรือถูกแกะเอาของมีค่าข้างในไปโดยไม่สามารถจับมือใครดมได้ – ฯลฯ เมื่อได้ข้อเสียของคู่แข่งแล้วก็มาดูซิว่าคุณจะสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้หรือไม่ โดยอาจจะต้องจัดอบรมพนักงานให้เข้าใจถ่องแท้ถึงระบบการทำงาน เสริมสร้างจริยธรรมของพนักงานให้รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา มีมาตรการลงโทษคนที่ทำผิดอย่างจริงจัง เพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยให้กับพัสดุของลูกค้าเทียบเท่ากับทรัพย์สินของตัวเอง ที่สำคัญคือความรวดเร็วในการจัดส่งจะต้องทำได้ดีกว่า และการบริการจะต้องครอบคลุมทุกพื้นที่เช่นเดียวกับไปรษณีย์ไทย เพียงเท่านี้คนก็จะค่อย ๆ หันมาใช้บริการของคุณเอง เมื่อสามารถเรียกลูกค้ามาเป็นฝ่ายคุณได้จำนวนหนึ่งแล้ว อย่าลืมรักษามาตรฐานการบริการ หรือพัฒนาระบบของคุณให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เพื่อที่เขาเหล่านั้นจะได้อยู่กับคุณนาน ๆ และยังสามารถทำให้คู่แข่งในอนาคตของคุณต้องทำการบ้านหนักยิ่งขึ้นหากต้องการขึ้นมายืนอยู่ในจุดเดียวกับคุณ

Read More

อย่าออกจากงานประจำถ้ายังไม่มั่นคงพอ

สิ่งหนึ่งที่มนุษย์เงินเดือนไม่ต้องกังวลเลยก็คือเรื่องของเงินเดือน ในขณะที่บรรดาพ่อค้าแม่ขายนั้นจะมีเม็ดเงินเข้ากระเป๋ามากหรือน้อยล้วนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการบริหารงานของตนเอง จัดเป็นปัจจัยที่ไม่มีความแน่นอนอย่างยิ่ง เดือนนี้อาจจะมีรายรับมากเสียจนเป็นที่อิจฉาตาร้อน แต่เดือนถัดมาอาจจะต้องกัดก้อนเกลือกินก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นแล้ว คนที่กำลังคิดจะลาออกจากงานประจำเพื่อหันมาทำธุรกิจของตนเองเต็มเวลาก็ขอให้หยุดพิจารณาเสียก่อนว่าคุณพร้อมหรือยังที่จะสละรายได้ประจำเดือนก้อนนั้น และธุรกิจของคุณมีความมั่นคงและทำรายได้เพียงพอที่จะเลี้ยงดูคุณและครอบครัวได้โดยไม่เดือดร้อนหรือยัง หากคำตอบคือไม่และคุณได้ออกจากงานด้วยความใจร้อนเสียแล้วละก็ ฟันธงได้เลยว่าอนาคตของคุณคงจะไม่สดใสดั่งภาพฝันที่มโนเอาไว้ล่วงหน้าอย่างแน่นอน แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณพร้อมที่จะออกจากงานประจำแล้ว? 1. รายรับในแต่ละเดือนมีมูลค่ามากกว่าหรือเท่ากับเงินเดือนที่คุณเคยได้รับ 2. คุณมีเงินเก็บสำรองเอาไว้มากพอที่จะนำมาใช้จ่ายได้เมื่อทำกำไรได้ไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ 3. หากเกิดเหตุฉุกเฉินที่ทำให้กิจการของคุณปิดตัวลงหรือขาดสภาพคล่อง คุณก็ยังมีช่องทางหารายได้เลี้ยงตัวเองโดยไม่เดือดร้อนมากนัก 4. การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ หากคุณมีหนี้ก้อนใหญ่ที่ยังไม่ได้ชำระก็ควรสะสางให้เรียบร้อยก่อน 5. มีฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อพอสมควรและขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับธุรกิจของคุณ มาถึงตรงนี้คุณคงพอจะรู้แล้วนะว่าถึงเวลาเป็นไทแล้วหรือยัง

Read More

อย่าลืมสำรวจตลาด

เวลาจะลงมือทำอะไรสักอย่าง เรามักต้องดูทิศทางความเป็นไปได้ก่อนเสมอ เช่น การทำอาหารให้คนในบ้านรับประทาน สิ่งที่ควรคำนึงถึงก็คือความชอบของสมาชิกแต่ละคน ไม่อย่างนั้นคงได้มีการทานไม่ลงหรือกับข้าวเหลือบานเบอะเป็นแน่ การค้าขายหรือธุรกิจก็เช่นกัน สมควรอย่างยิ่งที่จะทำการสำรวจความต้องการของผู้มุ่งหวังดูก่อนว่า ถ้าคุณผลิตหรือนำเข้าสินค้าชนิดนั้น ชนิดนี้เข้ามาแล้ว พวกเขาสนใจจะซื้อหาเอาไว้ใช้หรือไม่ หากมีแนวโน้มว่าจะขายได้ก็จัดไปให้เต็มที่ แต่หากผลตอบรับเป็นไปในทิศทางตรงข้ามละก็อย่าได้ไปทู่ซี้อยู่เลยประเดี๋ยวจะได้ไม่คุ้มกับที่เสียไป ไม่สู้หันไปหาตัวเลือกอื่นแทนจะดีกว่า การสำรวจตลาดทำได้หลายวิธีแต่ที่นิยมที่สุดก็คือการออกแบบสอบถามและนำไปให้ผู้มุ่งหวังกรอกรายละเอียดโดยตรง โดยอาจมอบของที่ระลึกเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นการตอบแทนก็ได้ ซึ่งการสำรวจตลาดนั้นคุณไม่จำเป็นต้องเรียนมาทางด้านนี้โดยตรงก็สามารถทำได้ ส่วนคำถามที่ควรนำมาบรรจุลงในแบบสอบถามก็ลองค้นหาเอาจากกูเกิ้ลแล้วนำมาเป็นแนวทางในการปรับใช้ให้เหมาะสมกับความต้องการของคุณ อย่าลืมว่า ธุรกิจที่เกี่ยวกับการขายสินค้าหรือให้บริการต่าง ๆ นั้น ล้วนมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ผู้ซื้อหรือลูกค้า หากคุณสามารถจับจุดได้ความสำเร็จก็อยู่แค่เอื้อมเท่านั้น ข้อสำคัญคืออย่านำเอาความชอบส่วนบุคคลมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด นอกเสียจากว่าคุณจะมีเงินทุนมากพอที่จะทำในสิ่งที่ชอบโดยไม่รู้สึกเดือดร้อนก็เท่านั้นเอง

Read More

โปรโมทสิคะรออะไร

เมื่อธุรกิจของคุณพร้อมจะเปิดตัวหรือลงสินค้าเรียบร้อยแล้วก็เท่ากับว่าคุณพร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว สิ่งที่ต้องทำก็คือ “การโปรโมท” ไม่ว่าเป้าหมายของคุณจะเป็นการโฆษณาสินค้าหรือแจ้งเกิดธุรกิจหน้าใหม่ในวงการก็ตาม ควรทำให้มันเต็มที่ จัดเต็มทุกช่องทาง เพื่อให้สินค้าหรือธุรกิจของคุณติดหูติดตากลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด วิธีการโปรโมทที่ไม่ควรมองข้ามมีดังต่อไปนี้ – ลงโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นการซื้อแบนเนอร์ตามหน้าเว็บที่เกี่ยวข้องด้วยตัวเอง หรือผ่านตัวกลางอย่าง google ads และบริษัทอื่น ๆ ที่ให้บริการคล้ายกัน – สร้างเพจและโปรโมทผ่านเฟสบุค – ซื้อเวลาจากสถานีโทรทัศน์หรือสถานีวิทยุเพื่อการประชาสัมพันธ์ เป็นหนทางที่น่าสนใจหากธุรกิจของคุณค่อนข้างใหญ่ เพราะต้องใช้งบในส่วนนี้สูงเอาการ แต่ประโยชน์ที่ได้รับกลับมาก็คุ้มค่าดี – ทำใบปลิวหรือแผ่นพับเพื่อแจกจ่ายให้กับคนเดินถนน ถึงจะมีบางส่วนถูกร่อนลงถังขยะไปบ้างแต่ส่วนที่ถูกเก็บไว้โดยคนที่สนใจจริง ๆ ก็มีไม่น้อยนะบอกเลย – ใช้กลยุทธ์แบบปากต่อปาก ประเภทใช้ดีจึงบอกต่อ เป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าว่าสินค้าหรือบริการของคุณมีคุณภาพและได้รับความไว้วางใจในระดับหนึ่งแล้ว คนที่ยังลังเลอยู่ก็จะตัดสินใจก้าวเข้ามาเป็นลูกค้าของคุณเอง แล้วก็อย่าลืมรักษาคุณภาพหรือปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ นะคะ เพียงเท่านี้กลุ่มผู้มุ่งหวังของคุณก็จะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ตามไปด้วย อย่าลืมว่าถึงแม้สินค้าหรือธุรกิจของคุณจะเจ๋งเทพมาจากไหนก็ตาม แต่ถ้าไม่มีใครรู้จักก็เจ๊งได้เหมือนกัน

Read More

เปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นความจริง

ตอนเด็ก ๆ คุณครูชอบถามว่าโตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร ซึ่งเด็กหลายคนมักจะตอบตามแพทเทิร์นเดิม ๆ ว่าอยากเป็นตำรวจบ้าง พยาบาลบ้าง หมอบ้าง บางคนที่เห็นคุณครูเป็นไอดอลก็คิดอยากจะเป็นครูบ้างเมื่อโตขึ้น แต่ก็นั่นแหละ ความชอบและความสนใจของคนเราล้วนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลาและประสบการณ์ มีส่วนน้อยที่ยังคงความรักเดียวใจเดียวไว้ได้เหนียวแน่น และก็มีน้อยยิ่งกว่าน้อย ที่สามารถทำความฝันของตัวเองให้กลายเป็นความจริงขึ้นมาได้ อย่างไรก็ตาม หากคุณคิดจะดำเนินธุรกิจเป็นของตัวเองเพื่อตามรอยความฝันวัยเยาว์แล้วละก็ มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลยทีเดียว หากคุณฝันอยากเป็นตำรวจ หรือฮีโร่ปราบปรามเหล่าร้าย นอกจากจะไปสอบเข้ารับราชการแล้ว ยังอาจเบนเข็มมาหาของเล่น โดยเน้นไปทางของสะสมอย่างโมเดล หนังสือภาพ หรือการ์ตูนเก่าหายาก นอกจากจะมีรายได้เพิ่มแล้วยังได้พบเพื่อนคอเดียวกันอีกด้วย หากคุณเคยฝันว่าอยากเป็นหมอหรือพยาบาล แต่ความรู้ไม่กล้าแข็งพอที่จะสอบเข้าไปเรียนได้สมใจ คุณก็อาจจะหันมาจับงานที่เกี่ยวข้องกับอาชีพในฝันของคุณเพื่อเติมเต็มความปรารถนานี้ก็ได้ เช่น ขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ ขายอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ รับตัดเครื่องแบบพยาบาลและคุณหมอ ขายคู่มือเตรียมสอบแพทย์ หรืออื่น ๆ ที่อยู่ในฟิลด์เดียวกัน หากคุณเคยฝันอยากเป็นเชฟชื่อดังแต่ฝีมือการทำอาหารไม่เอาไหน ก็ไปเรียนทำอาหารซะ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีพรสวรรค์ในการทำอาหารอย่างแดจังกึม ดังนั้น การฝึกฝนตัวเองจึงเป็นอีกทางหนึ่งที่จะทำให้คุณบรรลุถึงความฝันได้ในที่สุด

Read More

ความน่าเชื่อถือสร้างกันได้

ถึงแม้ว่าจะมีมิจฉาชีพคอยแอบแฝงตัวปะปนอยู่กับบรรดาร้านค้าออนไลน์จนความน่าเชื่อถือในสายตาของลูกค้าทั้งหลายลดระดับลงเรื่อย ๆ แต่ก็ใช่ว่าจะไร้หนทางแก้ไขเสียทีเดียว ทางออกหนึ่งที่แนะนำให้เจ้าของกิจการทุกท่านไม่ว่าจะรายย่อยหรือขาใหญ่ทำก็คือ การจดทะเบียนพาณิชย์อิเลคทรอนิกส์ เพื่อแสดงตัวตนที่สามารถตรวจสอบได้ให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นกับร้านของคุณมากขึ้นนั่นเอง ร้านค้าออนไลน์ส่วนใหญ่ที่มักเกิดการโกงเงินลูกค้าจะเป็นร้านที่ไม่ได้ทำการจดทะเบียนพาณิชย์ฯ ข้อมูลการติดต่อที่ลูกค้าได้มาก็มักเป็นข้อมูลปลอมหรือมีการใช้งานในระยะสั้น ๆ เช่น หมายเลขโทรศัพท์มือถือที่มีการเปิดซิมการ์ดมาใช้แบบเฉพาะกิจ แม้จะมีการลงทะเบียนซิมการ์ดแล้วก็ไม่อาจแน่ใจได้ว่าเป็นข้อมูลจริงหรือเท็จ อาจมีการนำเอาบัตรประชาชนของคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วยมาใช้ก็เป็นได้ ส่วนเลขบัญชีธนาคารก็เคยมีคดีความเกี่ยวกับร้านค้าออนไลน์หลายแห่งที่ถูกมิจฉาชีพนำเลขบัญชีไปให้เหยื่อโอนเงินเข้ามาโดยทำทีเป็นว่าเป็นเงินค่าสินค้าที่ตัวเองโอนไป แถมยังให้ร้านดังกล่าวโอนเงินส่วนเกินคืนมาให้ตัวเองอีกต่อหนึ่งด้วย เพราะฉะนั้นเวลาที่มีการโกงกันเกิดขึ้น คนที่เดือดร้อนก็คือเจ้าของบัญชีธนาคารหรือผู้ที่มีชื่อว่าได้ลงทะเบียนซิมการ์ดดังกล่าวนั่นแหละ ดังนั้น หากใครที่คิดจะเปิดร้านค้าออนไลน์ก็อย่าลืมจดทะเบียนร้านของคุณด้วยเพื่อความโปร่งใสของคุณเองและยังยกระดับความน่าเชื่อถือให้สูงขึ้นได้ด้วยอีกทางหนึ่ง และแน่นอนว่าเจ้าของร้านเองก็ต้องให้บริการลูกค้าด้วยความซื่อสัตย์และรวดเร็วฉับไวจึงจะสามารถมัดใจพวกเขาให้อยู่กับคุณไปนาน ๆ

Read More

มองหาคู่ค้า

หากธุรกิจส่วนตัวของคุณเกี่ยวข้องกับงานขาย สิ่งที่จะต้องทำเป็นอย่างแรกก็คือการมองหาสินค้าเข้าสู่ตลาด แต่ว่ามองไปทางไหนก็มีแต่คนขายของซ้ำ ๆ กันทั้งนั้น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดเนื่องจากเขามักจะเสิร์จหาสินค้าทางอินเตอร์เน็ตกันเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเจ้าใหญ่ ๆ ที่ขายส่งสินค้ากันเป็นล่ำเป็นสัน เมื่อสั่งซื้อสินค้ามาแล้วจึงเอามาตั้งราคาโดยบวกกำไรเพิ่มเข้าไปอีกต่อหนึ่ง ซึ่งหากมีร้านค้าออนไลน์ทำอย่างนี้สัก 10 – 20 เจ้า คุณก็จะพบว่าสินค้าตัวนั้นมีราคาแตกต่างกันไป โดยจะสูงหรือต่ำก็อยู่ที่ว่าเขารับสินค้ามาต่อที่เท่าไหร่แล้วนั่นเอง แล้วจะทำยังไงดี? หากคุณเป็นคนชอบท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่าง ๆ อาจพิจารณานำเอาสินค้าพื้นบ้านในที่นั้น ๆ มาขาย ซึ่งส่วนมากมักจะเป็นงานแฮนด์เมดที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักงานฝีมือ โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ลองคุยกับเจ้าของสินค้าดูว่าเขาขายส่งให้ไหม คิดราคาอย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่จะได้สินค้ามาในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดเพราะรับมาจากผู้ผลิตโดยตรงนั่นเอง แต่หากคุณเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ไม่มีโอกาสไปเปิดหูเปิดตาที่ไหน ก็อาจลองนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาขายก็ได้ โดยการนั่งเลือกสินค้าจากหน้าเว็บนี่แหละ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าจากอีเบย์และแอมะซอน ซึ่งเป็นสินค้าจากฝั่งตะวันตก หรือสินค้าราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศจีน เช่นเว็บเถาเป่าหรืออาลีบาบา โดยในการสั่งซื้อครั้งแรกขอแนะนำให้สั่งจำนวนน้อย ๆ ก่อนเพื่อตรวจสอบคุณภาพ เมื่อผ่านแล้วจึงติดต่อกับร้านค้าฝ่ายโน้นอีกทีเพื่อต่อรองราคา

Read More

โดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์

สินค้าขายดีที่มีคนนิยมซื้อกันมักเป็นสินค้าที่มีความโดดเด่นเป็นที่น่าสนใจกว่าสินค้าตัวอื่นที่อยู่ในประเภทเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น เสื้อผ้าแฟชั่นที่ขายกันตามท้องตลาดมักมีขนาดเล็กเหมาะกับคนตัวเล็ก ๆ อย่างเด็กวัยรุ่น ทำให้คนที่ขนาดตัวใหญ่กว่าไม่สามารถหาซื้อมาสวมใส่ได้ แต่หากมีร้านค้าสักร้านหนึ่งนำเสื้อผ้าไซส์ใหญ่มาขายล่ะ คุณคิดว่าเขาจะขายได้ไหม? แน่นอนว่าขายได้ และขายได้ดีด้วย เพราะหากมองให้ดีแล้วคนที่สวมเสื้อผ้าไซส์ใหญ่ก็มีจำนวนที่ไม่น้อยเลย และเมื่อร้านอื่นไม่มีสินค้าที่เขาต้องการแต่คุณมี เขาก็ย่อมต้องหันหน้าเข้าหาคุณเป็นธรรมดา นอกจากการขายสินค้าที่คนอื่นไม่มีขายหรือมีน้อยแล้ว เอกลักษณ์ของคุณยังอาจมุ่งไปยังจุดอื่นแทนได้อีก ยกตัวอย่างเช่น – การจัดส่งสินค้าถึงหน้าประตูบ้านพร้อมเก็บเงินค่าสินค้า เป็นวิธีที่คนนิยมใช้กันมากขึ้นเรื่อย ๆ ลูกค้ามีความไว้วางใจในร้านค้าว่ามีการส่งของให้แน่นอน แต่ร้านค้าเองก็ต้องยอมรับความเสี่ยงที่ลูกค้าจะเบี้ยวไม่รับสินค้าด้วยเช่นกัน – ดูแลเอาใจใส่ลูกค้าระดับห้าดาว ติดต่อพูดคุยกับลูกค้าด้วยมธุรสวาจา มีมารยาทและให้เกียรติซึ่งกันและกัน เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นก็คอยให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ลูกค้าจะมองเห็นถึงความจริงใจของคุณได้และกลับมาใช้บริการอีกในภายภาคหน้า รวมทั้งอาจแนะนำให้ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงมาใช้บริการกับคุณด้วย – คุณภาพดีเยี่ยมคือสิ่งที่ทุกคนต้องการ จริงอยู่ว่าสินค้าของคุณอาจจะดูเหมือนกับของร้านอื่น แต่หากคุณมั่นใจในคุณภาพแล้วละก็ จงยกมันขึ้นมาเป็นจุดขายของคุณเสีย รับรองว่ารุ่ง!

Read More